จัสติน เฮอร์เบิร์ต ระเบิดฟอร์ม โชว์ฟอร์มระดับสุดยอด ขว้างสามทัชดาวน์ พาทีม ลอสแองเจลิส ชาร์จเจอร์ส (Los Angeles Chargers) กลับมาคว้าชัยได้อีกครั้งหลังแพ้สามจากสี่เกมล่าสุด ด้วยการถล่ม มินนิโซตา ไวกิ้งส์ (Minnesota Vikings) ไปอย่างขาดลอย 37–10 ในศึก NFL สัปดาห์ที่แปด
ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้ชาร์จเจอร์สขยับสถิติเป็น 5–3 กลับมามีลุ้นในสาย AFC West อีกครั้ง ขณะที่ไวกิ้งส์ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเมื่อร่วงมาเป็น 3–4
จัสติน เฮอร์เบิร์ต ระเบิดฟอร์ม พาแอลเอ ชาร์จเจอร์ส ถล่มไวกิ้งส์ 37–10
เฮอร์เบิร์ตขว้าง 227 หลา กดสามทัชดาวน์สุดเฉียบ
ในเกมนี้ เฮอร์เบิร์ตโชว์ศักยภาพระดับควอเตอร์แบ็กชั้นนำของลีก ขว้างได้ถึง 227 หลา และทำทัชดาวน์ได้ สามครั้งเต็ม โดยการขว้างแต่ละครั้งแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำและการอ่านเกมที่เฉียบขาด
เขาส่งบอลให้กับ ออโรนเด แกดส์เดน (Oronde Gadsden) และ แลดด์ แม็คคอนคีย์ (Ladd McConkey) ทำแต้มในครึ่งแรก รวมถึงทัชดาวน์ระยะ 6 หลาให้กับ เทร แฮร์ริส (Tre Harris) ในควอเตอร์ที่สี่ ซึ่งช่วยปิดเกมได้อย่างเด็ดขาด
เกมรับสุดแกร่งของชาร์จเจอร์ส ป่วนเวนซ์ทั้งเกม
ด้านแนวรับของชาร์จเจอร์สก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกเขากดดัน คาร์สัน เวนซ์ (Carson Wentz) ควอเตอร์แบ็กตัวเก๋าของไวกิ้งส์ได้ตลอดทั้งเกม โดยไล่แซ็กไปถึง 5 ครั้ง ส่งผลให้เกมรุกของไวกิ้งส์แทบไม่มีจังหวะต่อเนื่องเลย
เวนซ์ที่ยังไม่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บหัวไหล่ ต้องลงเล่นแทน เจเจ แม็กคาร์ธี (J.J. McCarthy) ที่พักรักษาตัว และพยายามแบกทีมด้วยการขว้างทัชดาวน์ให้ จอร์แดน แอดดิสัน (Jordan Addison) ในควอเตอร์ที่สาม แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะไล่ทัน
ฟิลด์โกลของคาเมรอน ดิกเกอร์ ปิดเกมอย่างสมบูรณ์
คาเมรอน ดิกเกอร์ (Cameron Dicker) คิกเกอร์มือแม่นของชาร์จเจอร์ส มีบทบาทสำคัญในเกมนี้เช่นกัน หลังยิงฟิลด์โกลได้ถึงสามครั้ง โดยหนึ่งในนั้นคือระยะ 43 หลาในควอเตอร์สาม ที่เกิดขึ้นแม้จะมีการสแน็ปบอลที่ไม่ดี
การยิงของดิกเกอร์ในช่วงท้ายช่วยเพิ่มช่องว่างคะแนนเป็น 37–10 ทำให้ทีมของ แบรนดอน สเตลีย์ (Brandon Staley) ควบคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์ในช่วงเวลาสำคัญของเกม
เกมรุกกลับมามั่นใจ เกมรับเหนียวแน่น คือกุญแจสำคัญ
ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงยุติสถิติแพ้รวดของชาร์จเจอร์ส แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการปรับสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับที่ดีขึ้น เฮอร์เบิร์ตกลับมามีความมั่นใจในการขว้างระยะกลางและระยะไกล ขณะที่แนวรับสามารถจำกัดเกมวิ่งและแรงกดดันของคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การกลับมาของผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุก เช่น คิมานี วิดัล (Kimani Vidal) ซึ่งทำระยะวิ่งสำคัญในเกมนี้ ก็ช่วยเสริมจังหวะเกมบุกให้ดูมีมิติและสร้างโอกาสให้เฮอร์เบิร์ตทำทัชดาวน์ได้ง่ายขึ้น
สรุป
ชัยชนะเหนือไวกิ้งส์ครั้งนี้ถือเป็นการปลุกความมั่นใจให้กับ ลอสแองเจลิส ชาร์จเจอร์ส ที่กลับมาโชว์ฟอร์มได้สมกับศักยภาพของทีม การเล่นที่ลงตัวของ จัสติน เฮอร์เบิร์ต ทั้งในด้านความเยือกเย็น การตัดสินใจ และการเชื่อมกับปีกตัวเก่ง ทำให้ทีมดูพร้อมสำหรับการแข่งขันในครึ่งหลังของฤดูกาล