โชเซ่ มูรินโญ่ ยืนยันรับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชเบนฟิก้า หลังหวนคืนถิ่นเก่าในรอบ 25 ปี เตรียมดวลเชลซีอดีตสโมสร 30 กันยายนนี้ สโมสรเบนฟิก้าแห่งโปรตุเกสประกาศแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ วัย 62 ปี เป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่างเป็นทางการ
หลังจากปลด บรูโน่ ลาเก้ ออกจากตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากพาทีมพ่ายแพ้คาบ้านต่อคาราบัคจากอาเซอร์ไบจานในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการหวนคืนสู่ถิ่นเดิมของ เดอะ สเปเชียล วันหลังจากเคยรับงานคุมทีมเบนฟิก้าเพียงไม่กี่เดือนเมื่อปี 2000
โชเซ่ มูรินโญ่ ยืนยันรับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชเบนฟิก้า หลังหวนคืนถิ่นเก่าในรอบ 25 ปี เตรียมดวลเชลซีอดีตสโมสร 30 กันยายนนี้
เส้นทางอันยิ่งใหญ่ของ “เดอะ สเปเชียล วัน”
หลังจากแยกทางกับเบนฟิก้าในปี 2000 มูรินโญ่ก้าวสู่ความสำเร็จกับปอร์โต้ คว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนย้ายมาสร้างตำนานกับ เชลซี ที่อังกฤษในปี 2004 พร้อมคำพูดสุดคลาสสิกว่า “ผมคือคนพิเศษ”
เขาพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย เอฟเอคัพ 1 สมัย และลีกคัพรวม 3 สมัยในสองช่วงการคุมทีม นอกจากนี้ยังสร้างชื่อกับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยการคว้า “ทริปเปิลแชมป์” ในปี 2010 รวมถึงพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ยูโรปาลีก 2017 และโรมาคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ลีก 2022
ผลงานเหล่านี้ทำให้มูรินโญ่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรป
ภารกิจใหม่กับเบนฟิก้า
การกลับมาครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะเบนฟิก้ากำลังเผชิญปัญหาฟอร์มตก โดยเฉพาะในเวทียุโรป มูรินโญ่ต้องเร่งฟื้นฟูความมั่นใจของทีมและนำพาสโมสรกลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการเจอกับ เชลซี สโมสรเก่าของเขาเอง ในวันที่ 30 กันยายน ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมนี้ถูกจับตามองอย่างมากว่าจะเป็นการเผชิญหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์และเรื่องราวในอดีต
มุมมองต่ออนาคต
แม้บทบาทล่าสุดกับเฟเนร์บาห์เชในตุรกีจะจบลงไม่สวย แต่ประสบการณ์และคาแร็กเตอร์ของมูรินโญ่ยังคงเป็นที่ต้องการ เขาเป็นโค้ชที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกทีมได้เสมอ และมักใช้แท็กติกที่เด็ดขาดในเกมใหญ่ ความท้าทายคือการปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลสมัยใหม่ และนำเบนฟิก้ากลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ทั้งในลีกและยุโรปอีกครั้ง
การแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นหัวหน้าโค้ชเบนฟิก้า ถือเป็นการหวนคืนถิ่นเก่าที่เต็มไปด้วยความหมาย หลังจากผ่านเส้นทางอันยิ่งใหญ่ในยุโรป เขาจะได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับสโมสรที่เคยให้จุดเริ่มต้นในอาชีพ และการเจอกับเชลซีในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกปลายเดือนนี้ อาจกลายเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญในตำนานของ “เดอะ สเปเชียล วัน”
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สนับสนุนโดย ดูหนัง24
